5 สาเหตุ ของการออกกำลังกายแล้วไม่ผอม

5 สาเหตุ ของการ ออกกำลังกายแล้วไม่ผอม

     ออกกำลังกายแล้วไม่ผอม แถมน้ำหนักก็ไม่ลด มีสาเหตุมาจากอะไร เป็นเพราะอะไรบ้าง ที่นี่มีคำตอบให้คุณแล้วค่ะ เพราะเราเชื่อว่า หลายคนที่เริ่มหันมาออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนัก กำลังเจอกับปัญหาเหล่านี้อยู่ ฉะนั้น อย่าพึ่งท้อนะคะ เพราะมันมีทางออกแน่นอน เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาดูกันเลยว่า 5 สาเหตุ ของการ ออกกำลังกายแล้วไม่ผอม มีอะไรบ้าง

5 สาเหตุ ของการ ออกกำลังกายแล้วไม่ผอม

5 สาเหตุ ของการ ออกกำลังกายแล้วไม่ผอม

1. ออกกำลังกาย แต่เหงื่อไม่ออก

     การออกกำลังกายให้ได้เบิร์น ให้เห็นผลจริง ๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาที่ใช้ออกกำลังกาย แต่ขึ้นอยู่กับจังหวะ การเต้นของหัวใจ ในระดับที่ร่างกายจะได้เผาผลาญ หรือที่เรียกว่า Maximum heart rate ซึ่งอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดนี้ ก็จะแตกต่างกันไป ในแต่ละคน โดยสามารถคำนวณได้จากสูตร 220 – อายุของเรา หรืออาจสังเกตง่าย ๆ จาก ปริมาณเหงื่อในระหว่างออกกำลังกาย เพราะหากร่างกายไม่ได้ออกแรง จนอัตราการเต้นของหัวใจถึงจุดที่เริ่มเผาผลาญ ร่างกายก็จะไม่ค่อยขับเหงื่อออกมาสักเท่าไร

ดังนั้น หากคุณก็เป็นคนที่ออกกำลังกาย แต่เหงื่อไม่ค่อยออกเลย ลองมาออกกำลังกายบนลู่วิ่ง หรือเครื่องออกกำลังกายชนิดที่แสดงอัตราการเต้นของหัวใจ ให้ดูก่อนก็ได้ค่ะ แล้วคอยจับสังเกตว่า เราต้องวิ่งด้วยความเร็วประมาณเท่าไร อัตราการเต้นของหัวใจถึงจะเข้าขั้นได้เบิร์น

5 สาเหตุ ของการ ออกกำลังกายแล้วไม่ผอม

2. ออกกำลังกายแล้วไม่ผอม ออกกำลังกายชิล ๆ

การมีเพื่อนไปออกกำลังกาย เป็นเรื่องที่ดีตราบเท่าที่คุณไม่ได้โฟกัสผิดจุด เพราะอย่าลืมว่า การออกกำลังกายให้ร่างกายได้เผาผลาญ นอกจากปริมาณเหงื่อที่ออกมาจากร่างกายแล้ว จุดสังเกตอย่างหนึ่งคือ เราจะไม่สามารถพูดได้เกิน 5 คำ หรืออย่างน้อย ๆ การพูดของเรา ต้องไม่ใช่การพูดชิล ๆ แบบปกติ
แต่จะเป็นเสียงพูดที่ปนเสียงหอบแฮก ๆ ออกมา ฉะนั้น หากการออกกำลังกายของคุณ เป็นการออกกำลังกายชนิดที่เหนื่อยเพราะคุย แบบนี้คงไม่ค่อยได้เบิร์นสักเท่าไรแน่ ๆ ถ้าอย่างนั้น การออกกำลังกายครั้งต่อไป ก็พยายามมีสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำกันหน่อยนะคะ

3. ไม่รู้สึกเหนื่อย และเมื่อยหลังออกกำลังกาย

หลังออกกำลังกายแล้ว ไม่รู้สึกปวดเมื่อย หรือเหนื่อยเลย นั่นหมายความว่า กล้ามเนื้อไม่ได้ถูกใช้งาน อัตราการเต้นของหัวใจก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสักเท่าไร ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่า ร่างกายไม่น่าจะได้เบิร์นแน่ ๆ
ดังนั้น แทนที่จะออกกำลังกายแบบเดิมต่อไป ลองศึกษาวิธีออกกำลังกายที่ถูกต้อง หรือไม่ก็เพิ่มความเข้มข้น ให้การออกกำลังกายของตัวเอง จนถึงจุดที่รู้สึกได้ว่า ได้เผาผลาญพลังงานสะสมออกไปบ้างดีกว่า

4. ออกกำลังกายหลายชนิดต่อวัน

การออกกำลังกายที่หลากหลาย เป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกาย เพราะจะได้บริหารกล้ามเนื้อ ให้ครบทุกส่วน ทว่า ก็ไม่ได้หมายความว่า เราควรต้องออกกำลังกายหลาย ๆ ชนิด ในวันเดียวนะคะ เพราะการออกกำลังกายแต่ละอย่าง บริหารกล้ามเนื้อในแต่ละส่วน ควรต้องออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 20 นาที เป็นอย่างต่ำ
หากคุณวิ่ง 10 นาที ปั่นจักรยาน 10 นาที แล้วมา โยคะอีก 20 นาที ร่างกายก็คงตามกิจกรรมที่เราทำไม่ทัน กลายเป็นว่ากล้ามเนื้อก็ไม่ได้ถูกบริหารอย่างที่ควรจะเป็น ไขมันก็ไม่ถึงจุดที่จะได้เบิร์นอย่างที่ตั้งใจ ดังนั้นหากจะออกกำลังกายก็ควรโฟกัสกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งไปเป็นอย่าง ๆ ดีกว่า แล้ววันอื่น ๆ จะลองออกกำลังกายชนิดใหม่ ๆ ก็ไม่ว่ากัน

5. เหนื่อยยังไงก็ไม่เห็นผล

จุดพีคของการออกกำลังกาย ที่ทุกคนต้องเจอ และผ่านมันไปให้ได้ คือ จุดที่ออกกำลังกายมาสักระยะ แต่กลับไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองสักเท่าไร ซึ่งหลายคนก็มักจะถอดใจ และเลิกออกกำลังกายไปเลย แต่ลองวิธีนี้ดีกว่าไหมคะ หากคุณคิดว่า ออกกำลังกายไปก็เหนื่อยเปล่า แถมไม่เห็นผล
ลองเพิ่มเวลาออกกำลังกายให้นานขึ้นอีกนิด หรือจากที่เคยออกกำลังกายวันละครั้ง ก็เพิ่มรอบเป็น 2 ครั้งต่อวัน แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืม ควบคุมอาหารไปพร้อมกันด้วยล่ะ

ออกกำลังกายไม่เห็นผล

อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ ของการ ออกกำลังกายแล้วไม่ผอม ก็คือ ต้องรู้จักควบคุมอาหารการกินด้วยนะคะ เพราะต่อให้คุณออกกำลังกายหนักแค่ไหน ถ้ายังกินไม่เลือก และกินมากกว่าเดิม การออกกำลังกายก็คงไม่ทำให้น้ำหนักของคุณลดลงค่ะ

หน้าหนาวที่จะถึงนี้ นอกจากจะนิยมไปเที่ยวภูเขา นอนพักผ่อนชิล ๆ แล้ว ต้องบอกเลยว่า ทะเลก็สวย และบรรยากาศดีไม่แพ้กันนะคะ ฉะนั้น ใครที่ไม่เคยไปเที่ยวทะเลหน้าหนาว แอดมินขอบอกเลยว่า ลองไปดูสักครั้ง เพราะมันสวยกว่าฤดู Summer แน่นอน จะต้องไปเกาะไหน จังหวัดไหน สำหรับ เกาะ หน้าหนาว หาดทรายขาว น้ำทะเลใส ได้รวบรวมคำตอบไว้ให้คุณแล้วค่ะ

Related Posts